อาชีพเสริมใช้ทุนน้อย เลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูน เผยเทคนิคลดต้นทุน ดูแลง่าย ขายได้ราคา

ปลาสลิดถือเป็นปลาที่นิยมอย่างมากในประเทศไทยเนื้อเนื่องจากรสชาติอร่อยเนื้อแน่นหากินง่าย เกษตรกรที่มีพื้นที่หมอว่างจึงมาหารายได้เสริมด้วยการเลี้ยงปลาสลิดเนื่องจากดูแลไม่ยุ่งยาก และวันนี้เราจะพาไปพบอีกหนึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาน้ำจืดอย่างปลาสลิด โดยคุณประวิง แดงโชติ ชาวจังหวัดพิษณุโลกตัวอย่างเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ

และเจ้าของแนวคิดการเลี้ยงปลาแบบเศรษฐกิจพอเพียงเคลียร์พื้นที่ 2 ไร่ หลังเจ้าตัวลองผิดลองถูกและใช้เวลาศึกษาปรับเปลี่ยนรูปแบบการเลี้ยงปลาใหม่และสภาพแวดล้อมในเวลา 3 ปี

สาเหตุที่ทำเป็นบ่อปูนซีเมนต์ เหตุผลที่คุณประวิงเลือกปลาสลิด ก็เพาะว่าเป็นปลาที่ เลี้ยงง่าย กินน้อย ลงทุนครั้งเดียวสามารถต่อยอดได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งพื้นที่เพาะเลี้ยงไม่จำเป็นต้องอยู่ใกล้กับแหล่งน้ำธรรมชาติเหมือนกับการเลี้ยงในบ่อดินขนาดใหญ่ พื้นที่เล็ก หรือในบ่อปูนซีเมนต์ก็ทำได้ ช่วยลดพลังงานในการที่จะนำมาใช้ได้มาก

บ่อเพาะเลี้ยง จะใช้บ่อที่มีความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร ความกว้างขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ ก้นบ่อเลี้ยงจะรองด้วยดินและมูลควาย หมักทิ้งไว้ประมาณ 10 วัน จากนั้นปล่อยน้ำเข้าประมาณ 40-50 เซนติเมตร(ครั้งแรกที่เริ่มเลี้ยง) พอบ่อเพาะเลี้ยงพร้อม ก็นำพ่อแม่พันธุ์จำนวน 1 กิโลกรัมมาปล่อยในบ่อ

แต่ละวันจะให้อาหารเม็ด วันละ 1 มื้อ (08.00-09.00)เนื่องจากภายในบ่อเราสร้างระบบธรรมชาติโดยการทำปุ๋ยหมักให้เกิดไรแดง พร้อมกับปลูกพรรณไม้น้ำเพื่อช่วยบำบัดน้ำและเป็นอาหารของปลาอีกทางหนึ่งเพื่อช่วยลดต้นทุนด้านอาหาร

การเลี้ยงปลาสลิดในบ่อปูนซีเมนต์ คุณประวิง บอกว่า เป็นการเลี้ยงที่ไม่มีความเสี่ยงอะไร สามารถควบคุมได้ ทั้งอาหาร อัตราการรอดที่มีมากถึง 100 เปอร์เซ็นต์

ที่สำคัญศัตรูธรรมชาติก็ไม่สามารถเข้ามาทำลายได้ การจับจำหน่ายก็ทำได้ง่าย แต่เมื่อเลี้ยงไประยะหนึ่ง ปลาที่ปล่อยจะขยายพันธุ์ ทำให้ประชากรในน้ำมีเพิ่มมากขึ้น หากปล่อยไว้ก็จะทำให้น้ำเสีย ต้องควบคุมจำนวนประชากรให้เหมาะสมกับขนาดบ่อเลี้ยง

ปลาสลิดหลากหลายขนาดในบ่อเพาะเลี้ยงเดียวกัน
“ผมจะเริ่มจับปลาใหญ่ขายไปและเพาะเลี้ยงปลาเล็กที่เกิดใหม่เป็นรุ่นต่อไปในบ่อเลี้ยงเดิม โดยที่ไม่ต้องล้างหรือทำความสะอาดบ่อใหม่ อาศัยการเติมน้ำในช่วงฤดูฝนครั้งละ 1 ปี เท่านั้น ”