โซเชียลสุดสงสาร ลูกคนโตร่ำไห้พูดปริศนา

อีกข่าวดังในเวลาที่นี้ที่ประชาชนให้ความสนใจไม่น้อยและเรียกได้ว่าเป็นข่าวที่สังคมติดตามและสงสัยกันเป็นจำนวนมาก จากกรณี ครอบครัว 4 ชีวิต ประกอบด้วย นายนิรุตน์ บุญชู อายุ 41 ปี นางสาวนฤมล เพ็ชรบุญมี อายุ 41 ปี

ด.ช.นฤเบศก์ บุญชู อายุ 12 ปี และด.ญ.หริญดา บุญชู อายุ 7 ปี หอบหิ้วกันนั่งเครื่องบินหนีไปอยู่ตุรกี ทิ้ง น.ส.หิรัญญา บุญชู หรือ น้องอุ้ย ลูกสาววัย 19 ไว้อยู่กับปู่ และห นี้ 10 ล้านบาทไว้

หลังจากอยู่ๆ4 ชีวิตก็หายตัวปริศนานับ 10 วัน จนลูกสาวคนโตเป็นห่วงก่อนจะติดต่อไปตามที่นำเสนอข่าวไปก่อนหน้า

โดยนายนิรุตน์ ผู้เป็นพ่อ ได้บอกกับคนสนิทว่า จะเดินทางกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง แต่ไม่รู้เมื่อไร ต้องการห นีไปตั้งหลักเท่านั้น คนสนิทเผยคำพูดผู้เป็นพ่อ ก่อนพาครอบครัวบินไปตุรกี

ทั้งนี้มีการเปิดเผยจากชาวเน็ตท่านหนึ่งหลังมีหลายคนข้องใจว่าเหตุใด พ่อ แม่ ถึงไม่พาน้องอุ้ย ลูกสาวคนโตไปด้วยแต่เลือกทิ้งให้อยู่กับปู่จนชาวเน็ตหลายคนสงสาร ว่าแท้จริงแล้วน้องอุ้ยนั้นเป็นลูกติดพ่อ ไม่เหมือนกับอีก 2 คนที่เป็นลูกแท้ๆของทั้งคู่นั้นเอง เรื่องนี้จะเป็นความจริงตามที่ชาวเน็ตท่านนี้อ้างหรือไม่คงต้องติดตามข่าวต่อไป

อย่างไรก็ตามหากมีความคืบหน้าอย่างไรทีมงานจะรีบนำมาอัพเดททันที

ก่อนหน้านั้น ทีมข่าวเดินทางมาที่บ้านของนายล้วน บุญชู อายุ 69 ปี หรือ ตาล้วน ที่หมู่บ้านลุเตา ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นพ่อของนายนิรุตน์ ผู้สูญหาย เมื่อมาถึงก็พบมีรถยนต์โตโยต้าอัลติส สีขาว ทะเบียน 8 กธ 337 กรุงเทพฯ จอดอยู่ แต่ไม่ชัดเจนว่าจะเป็นรถคันเดียวกันที่พบในปั๊มน้ำมัน จุดซื้อขายรถหรือไม่ ขณะเดียวกันยังพบนายล้วน ยืนให้ข้อมูลกับตำรวจก่อนเห็นสื่อก็มีอารมณ์ฉุนเฉียว เนื่องจากไม่พอใจที่มีสื่อบางสำนักออกข่าวว่าครอบครัวสามารถติดต่อลูกชายได้แล้ว แต่ความจริงครอบครัวยังไม่สามารถติดต่อได้ สื่อกลับออกข่าวมั่วทำให้คนสับสน

ต่อมาชุดสืบสวนตรวจสอบที่มาของรถโตโยต้าอัลติสสีขาว ปรากฎว่ารถมีสัญญาเช่าซื้อและเล่มทะเบียนรถเป็นชื่อของน.ส.หิรัญญา แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เรื่องรถเลย ก่อนนายล้วน จะให้ข้อมูลกับตำรวจว่า รถคันนี้ลูกสาวตนเป็นนำมาส่งให้หลานสาว นายนิรุตน์ นัดให้ไปเอามาให้ เพื่อเป็นของขวัญให้ลูกสาวที่สอบติดมหาวิทยาลัย ก่อนที่น.ส.หิรัญญา จะร้องไห้บอกว่า ไม่ต้องการรถ แค่อยากให้พ่อกับแม่กลับมา

น.ส.หิรัญญา เปิดเผยว่า ลูกสาวคนโตของผู้สูญหาย ตนไม่ได้กลับมาที่บ้านตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 65 ที่ผ่านมา เพราะครอบครัวไปส่งที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งวันนั้นพ่อกับแม่และน้อง ๆ มีการเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเป้ออกไปกันคนละ 1 ใบเท่านั้น อีกทั้งในวันที่ 12 เมษายน 65 ที่กลับมาบ้านปู่เพื่อตามหาครอบครัว ตนก็ไม่ได้เข้ามาที่บ้าน เพราะไม่รู้จะเข้ามาทำอะไร และกลัวเห็นภาพเดิม ๆ แล้วจะเสียใจ ขณะเดียวกัน ในวันนี้ก็ไม่พบข้าวของในบ้านสูญหายไป นอกจากเสื้อผ้าที่พ่อแม่ และน้องจัดใส่กระเป๋าเป้

และบอกว่าจะไปเที่ยวก่อนไปส่งตน ส่วนเรื่องรถตนยืนยันว่าที่บ้านมีรถกระบะ 1 คัน และรถอัลติสสีขาวที่จอดอยู่ ตนเพิ่งรู้ว่าอาขับรถเอามาให้ จึงคาดว่าพ่อกับแม่ซื้อให้ตามสัญญา แต่พ่อกับแม่ไม่บอกว่าจะซื้อให้เมื่อไร แค่เคยพาไปเรียนขับรถเมื่อเดือนมีนาคม 65 ส่วนรถอัสติสสีเทา ตนไม่เคยเห็น

ภขณะที่ภายในบ้านมีทรัพย์สินที่เห็น คือ รถยนต์กระบะ 1 คัน, รถจักรยานยนต์คันใหญ่ 150 cc, รถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวฟ และรถ 3 ล้อไฟฟ้า 1 คัน