2 สามี-ภรรยาโผล่ตุรกี นายทุนเผยสุดทน เงินสูญกว่า 23 ล้าน

เรื่องราวที่ชาวเน็ตต่างให้ความสนใจอย่างท่วมท้นสำหรับเรื่องราวของครอบครัวๆหนึ่ง โดยเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2565 สำนักข่าวดังอย่าง amarintv รายงานว่า กรณีการหายตัวไปของนายนิรุตน์ อายุ 41 ปี และนางสาวนฤมล อายุ 41 ปี พร้อมด้วยด.ช.นฤเบศก์ อายุ 12 ปี และด.ญ.หริญดา อายุ 7 ปี

กระทั่งมีรายงานจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองว่าทั้ง 4 คน เดินทางออกนอกประเทศไทย ไปที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ด้วยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบิน TK 0069 ในวันที่ 10 เมษายน 65 เวลา 20.30 น. ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 23 เม.ย. 65 ที่ผ่านมา นายล้วน อายุ 69 ปี ต.นาขุนไกร อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ซึ่งเป็นพ่อนายนิรุตน์ ผู้สูญหาย หลังรู้ว่าลูกห นีไปตุรกี นายล้วน ก็พานางละมูล อายุ 66 ปี ทำไร่อยู่หลังบ้าน ซึ่งเป็นอาชีพหลักที่จะเลี้ยงครอบครัวต่อไป

ขณะที่น.ส.หิรัญญา หรือ น้องอุ้ย อายุ 19 ปี ลูกสาวคนโตผู้สูญหาย ไม่ปรากฎตัวอยู่ที่บ้าน ก่อนทราบภายหลังจากนางละมูลว่า หลานก็ยังไม่สบายใจ เพราะยังไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ในวันนี้จึงให้หลานไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกเพื่อพักผ่อน เพราะคิดว่าไม่ต้องตอบคำถามสื่อมวลชนอีกแล้ว

นางละมูล เปิดเผยอีกว่า แม้จะรู้ว่าลูกไปต่างประเทศ แต่ก็ยังไม่มั่นใจในข้อเท็จจริง เพราะอยากให้ลูก ๆ ติดต่อกลับมา จะได้มั่นใจว่าปลอดภัย ส่วนกระแสข่าวลูก ๆ ห นีห นี้ สิ้นนับสิบล้าน หรือโกงวงแชร์ ตนก็ยังไม่แน่ใจ ขณะที่คนชื่อเงาะ เป็นหนึ่งในผู้เสียหายให้ลูกของตนยืมเงิน ยอมรับว่าเคยได้ยินชื่อ หลานสาวเคยพูดถึงคนชื่อเงาะให้ฟัง บอกแค่ว่าพ่อกับแม่พาไปเที่ยวหาคนชื่อเงาะ อยู่ร้านขายมือถือเท่านั้น ตนก็ไม่เคยเห็นหน้ากัน

ทั้งนี้ ถ้าลูกของตนมีห นี้ หรือติดห นี้ หลายคนจริง ตนมองว่าคงไม่สามารถทำคนเดียวได้ น่าจะมีคนร่วมบงการด้วยหรือไม่ อีกทั้งจะโยนความผิดให้ลูกสะใภ้ของตนคนเดียว เพราะเชื่อว่าถ้าห นีไปจะห นีได้นานแค่ไหน ตอนนี้ตนก็มีห นี้สินมากมาย ถ้าตายไปก็คงตกทอดไปถึงลูก ๆ หนี้สินในระบบปัจจุบัน ตนต้องหาจ่ายดอกทุกเดือน ๆ ละกว่า 40,000 บาท ยอดไหนไม่มีเงินตนก็ไปขอเลื่อนทบดอกเพิ่มทุกเดือน

อย่างไรก็ตาม ตนยอมรับว่าห นีสินต่าง ๆ ลูกสะใภ้ช่วยใช้บ้างบางครั้ง ส่วนใหญ่ไปกู้คนอื่นมาช่วย ทั้งห นีรถไถ ปกติเดือน 30,000 บาท ขึ้นศาลไกล่เกลี่ยห นี้ แบ่งชำระผ่อนเดือนละ 12,000 บาท ยอดห นี้กว่า 1 ล้านบาท ระยะ 5 ปี และปลูกม่อน 6 ไร่ ไม่ได้ผลผลิต ยังติดห นี้นายทุน 3,000 บาท อีกทั้งเป้นห นี้ ธ.ก.ส.อีกกว่าล้านบาท กองทุนหมู่บ้านจำยอดไม่ได้แต่เกือบแสน

พ.ต.อ.สายัณห์ จันทร์แจ่มกระจ่าง ผกก.สภ.บ้านไร่ เปิดเผยว่า ตนยืนยันถึงสาเหตุการหายตัวไปของสามีภรรยาคู่นี้ว่า ก่อนหายตัวไปพวกเขาระดมทุนจากนายทุนหลายอำเภอ ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย และมียอดเงินหลายล้านบาท เพื่อเอาเงินไปให้ชาวบ้านกู้อีกทอดหนึ่ง ซึ่งเหล่านายทุนจะได้ดอกเบี้ยปันผลปีละ 2 ครั้ง ดังนั้น ตนยืนยันได้ว่าการหายตัวไปไม่ใช่เรื่องแชร์ลูกโซ่ล่มอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ หากมีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความ ก็จะต้องดูว่าการระดมทุนนัดสถานที่ส่งมอบเงินกันพื้นที่อำเภอใด ต้องไปแจ้งความสถานีตำรวจในเขตท้องที่นั้น ๆ ขณะที่ตำรวจยังไม่สามารถลงรายละเอียดได้ เพราะขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ หากมีผู้ร้องเรียนเข้าตำรวจก็พร้อมทำตามขั้นตอน และให้เชื่อมั่นฝีมือตำรวจในพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวจะเป็นค ดีอาญ าหรือไม่ อาจจะต้องดูว่าเข้าข่ายฉ้อโกงหรือไม่ ต้องดูองค์ประกอบตัดสิน ผลจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ศาล ตนไม่อาจก้าวล่วง เพราะตำรวจมีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานเท่านั้น

นางบุญศรี (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี พี่สาวเจ้าของตึกที่ น.ส.เงาะ เช่าเปิดร้านขายมือถือ เปิดเผยว่า น.ส.เงาะ ไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่มาเช่าตึกเปิดร้านทำมาหากินเหมือนคนทั่ว ๆ ไป และตนไม่ได้สนใจว่า น.ส.นฤมล ไปมาหาสู่กับน.ส.เงาะ หรือไม่ จึงไม่ทราบว่าทั้งคู่รู้จักกันจริงหรือไม่ หรือจะสนิทกันตามที่เป็นข่าวหรือไม่

การระดมทุนปล่อยเงินไปให้ชาวบ้าน เอาเงินที่กู้ไปคืนกองทุนหมู่บ้านนั้น ไม่เคยได้ยินเลย แต่ยอมรับเคยกู้กองทุนและเคยมีชาวบ้านเดือดร้อนลักษณะนี้จริง ๆ คณะกรรมจะทำเอกสารพาชาวบ้านไปกู้แหล่งทุนในระบบเท่านั้น เช่น ธนาคาร เพื่อปิดกองทุนจะได้กู้รอบใหม่ได้ ยืนยันว่าในพื้นที่ อ.ทุ่งเสลี่ยม ไม่เคยมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น อีกทั้งคนละแวกนี้มีแต่คนหาเช้ากินค่ำ คงไม่มีเงินทุนมากมายขนาดนั้นปล่อยกู้ นางบุญศรี กล่าว

ทีมข่าวติดตามหาผู้เสียหายรายแรก ทราบข้อเท็จจริงในภายหลังว่าผู้เสียหายรายนี้ คือ น.ส.เงาะ (สงวนชื่อจริง) เปิดร้านโทรศัพท์มืออยู่ในตลาด อ.ทุ่งเสลี่ยม แต่ในวันนี้กลับไม่พบน.ส.เงาะ มีเพียงลูกน้องที่อยู่หน้าร้านเท่านั้น

ทีมข่าวจึงสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ ระบุว่า ตนยังพบน.ส.เงาะ ใช้ชีวิตปกติ และตั้งแต่มีข่าวออกไป ก็ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนายทุนปล่อยเงินให้ น.ส.นฤมล เพื่อให้ชาวบ้านนำไปกู้ต่อ

น.ส.เงาะ เปิดเผยผ่านโทรศัพท์ว่า น.ส.นฤมล ชักชวนตนให้นำเงินไปรวมทุนให้ชาวบ้านกู้เพื่อคืนกองทุนหมู่บ้านจริง ซึ่งตนจะได้ดอกเบี้ยปันผลในแต่ละรอบที่กองทุนอนุมัติ ขณะที่น.ส.นฤมล ได้ส่วนแบ่งด้วย แต่ไม่ถึงร้อยละ 2 บาท และยังขอไม่เปิดรายละเอียดว่าตนได้ปันผลร้อยละเท่าไร แต่ตนยอมรับว่าร่วมลงทุนไปหลักล้านบาท เริ่มต้นมาตั้งแต่ปลายปี 63

โดยน.ส.นฤมล อ้างให้ตนฟังว่า เป็นสารวัตกำนัน ทำบัญชีให้กองทุนหมู่บ้านหลัก ๆ หมู่ 3 บ้านไร่ แต่อ้างว่าทำหลายหมู่บ้าน จากเดิมชาวบ้านที่เดือนร้อนจะไปเอาเงินที่อำเภอ แต่อำเภอไม่มีเงินแล้ว ชาวบ้านเดือดร้อนจึงเป็นจุดที่ทำให้ตนเชื่อและยอมลงทุน เพราะถ้าเงินไม่เข้ากองทุนตนก็จะไม่ทำ ดังนั้น ที่ผ่านมาตนได้เงินปันผลมาโดยตลอด และน.ส.นฤมล ชอบมาหา พาสามีและลูก ๆ มาด้วยทุกครั้ง มีขนมติดมือมาฝากเสมอ ๆ และยังซื้อผ้าถุงมาฝากแม่ของตน ไม่เคยมีปัญหาใด ๆ กันเลย

กระทั่งเช้าวันที่ 11 เมษายน 2565 รู้ว่าน.ส.นฤมล ดีดออกจากไลน์กลุ่ม และช่องทางติดต่อทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 10 เวลา 22.09 น.ตอนนั้นคิดว่าไปเที่ยว มือถืออาจจะพังหรือตกน้ำ เพราะบ่าย 2 วันเดียวกันมีการติดต่อมาบอกตนว่า กำลังพาบูกไปเที่ยวพัทยา ร่วมถึงเวลา 4 โมงเย็นวันนั้นได้ส่งสติ๊กเกอร์ไลน์หาอยู่เลย

จากนั้นในวันที่ 18 เมษายน 65 กองหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่น.ส.นฤมล เคยแจ้งไว้ว่าเงินกองทุนจะออก ตนเห็นว่า น.ส.นฤมล ไม่อยู่จึงเข้าไปดูแทน แต่ก็ต้องรู้สึกงง ๆ เพราะคนในกองทุนหมู่บ้านเอ บอกไม่รู้จักคนชื่อ “นฤมล” ตนจึงตกใจมาก ๆ ก่อนที่ตนจะพยายามติดต่อน.ส.นฤมล จนเป็นข่าวในวันที่ 19 เมษายน 65 ลูกสาวคนโตของน.สนฤมล ไปแจ้งความคนหาย ตนยอมรับตอนนั้นช็อกมาก เพราะน.ส.นฤมล ไม่มีพิรุธใด ๆ ทั้งสิ้น

ที่ผ่านมาตนไม่เคยคิดถอนเงินทุนคืน โดยเฉพาะรอบที่จะถึงก็ไม่คิดจะถอน แต่น.ส.นฤมล บอกเสมอว่าถ้าจะถอนให้แจ้งล่วงหน้า เพราะไม่อยากผิดกับกองทุนหมู่บ้าน ทำงานแบบมืออาชีพ ทั้งยังให้ข้อมูลย้ำ ๆ เสมอว่า เป็นสารวัตรกำนัน ทำงานมาตั้งแต่ปี 50 รู้แหล่งเงินของหมู่บ้านว่ามีเงินวัว, หมู่บ้าน วิสาหกิจชุมชน และเงินเร่งด่วน ทั้งยังมีข้อมูลทำงานกับอำเภอจริง ๆ แต่เขากลับหลอกลวงตนได้แนบเนียนมาก ๆ

ทุกครั้งที่มาหา น.ส.จะมากับแฟน ส่วนเรื่องเอกสารจะให้ลูกสาวคนโต เป็นเอามาให้ทุกครั้ง ส่วนลูกคนกลางและคนเล็ก ก็รู้ว่าพ่อแม่ทำงานแบบนี้ ตอนนี้บอกได้แค่ว่าหลอกจนไม่รู้ว่าจะใช้คำว่าหลอกลวงยังไง มารู้ทีหลังว่ามีการประกาศขายบ้าน ยิ่งทำให้ตกใจ เพราะทั้งคู่บอกว่าไม่มีเงินผ่อนบ้าน ต้องผ่อน 30 ปี ส่งเดือนละ 5,000 บาท ทุกวันนี้ก็ใช้จ่ายแบบประหยัด ๆ อย่างไรก็ตาม เรากำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งความดำเนินค ดีแน่นอน คาดว่าไม่เกิน 2-3 วันนี้” น.ส.เงาะ กล่าวให้ฟัง

สำหรับการบวนการระดมทุน จะได้รับเงินปันผลตปีละ 2 ครั้ง และนายทุนจะได้ร้อยละ 4 บาท ร่วมลงทุนกว่า 10 ราย

รายแรก น.ส.เงาะ เงินทุนเกือบ 10 ล้านบาท ได้เงินปันผลเสมอ ๆ แต่ไม่เคยถอนทุนคืน

รายที่ 2 นางเม่น (นามสมมติ) เงินทุน 2 ล้านบาท

รายที่ 3 เพิ่งร่วมทุนได้แค่ 1-2 เดือน เป็นข้าราชการ ลงทุนไปเกือบ 7 ล้านบาท ไม่เคยได้ปันผลแม้แต่บาทเดียว

รายที่ 4-7 เป็นชาวบ้าน ลงทุนกันคนละ 1 ล้านบาท ได้ปันผลไปบ้างแล้ว

ส่วนรายที่ 8-10 ยังไม่ปรากฎข้อมูลที่ชัดเจน

คลิป

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก amarintv