ใบตอง เผยความในใจถึงครูรัก อดีตคนรัก

ทั่วโลกออนไลน์จับตาอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นประเด็นร้อนที่คนให้ความสนใจในเวลานี้ สำหรับกรณีที่ ทิดกาโตะ หรือ อดีตพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดัง สึกจากการเป็นพระ หลังเจอกระแสข่าวมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ ใบตอง ซึ่งในอดีตใบตองเคยเป็นคนรักของนักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ ครูรัก ศรัทธา ศรัทธาทิพย์ แต่เลิกรากันไปแล้วตั้งแต่ปี 2562 ที่ผ่านมา หลังคบหาดูใจประมาณ 3 เดือน ซึ่งในตอนนั้น ครูรักบอกว่าฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายไป เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของตัวเองคนเดียวที่ไม่สามารถรักษาความรักและความปรารถนาดีที่ฝ่ายหญิงมอบให้ได้ และไม่ได้ทุ่มเทตอบแทนฝ่ายหญิงอย่างที่ฝ่ายหญิงทุ่มเทให้ ก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์จนเป็นข่าวจนทำให้ตองไม่สบายใจ ต้องขอโทษตอง ขอโทษครอบครัว ก่อนจะบอกว่าตัวเองโสด ขอโฟกัสที่จิตใจของลูก

ล่าสุดรายการ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ทางช่อง 3 สัมภาษณ์ ครูรัก ถึงเรื่องของใบตอง ซึ่งครูรักบอกว่าเคยคบหากับใบตองจริง ตอนที่ประกาศเลิกกันเมื่อปี 2562 ในวันนั้นตัวเองเป็นผู้จัดละครเวทีพอดี มีผู้สื่อข่าวมาถามเรื่องความรัก ตนเองก็บอกไปว่าเลิกกับตองไปแล้ว วันนั้นด้วยความที่ขำนักข่าวหลายๆ ช่องที่ไม่มีใครถามเรื่องละครเวทีเลย จึงตอบไปว่าเลิกกันไปประมาณ 2 เดือนมั้ง ก็พูดไปฮาๆ ว่าตอนนั้นกำลังเสียศูนย์ เจออะไรก็คว้าไว้ก่อน ก่อนจะบอกว่า ตอนเห็นข่าวก็ตกใจ ในใจก็คิดว่าไม่มีใครให้คำแนะนำหรือยับยั้งชั่งใจ หรือห้ามอะไรกันเลยใช่ไหม

ผู้สื่อข่าวถามว่าตอนนั้นมีพฤติกรรมแบล็กเมล์ที่สังคมตั้งคำถามกันเยอะไหม ครูรักตอบว่า ไม่มี เรื่องไบโพลาร์ก็ไม่มี ไม่มีอารมณ์รุนแรงก้าวร้าว เรื่องเงินก็ไม่มีปัญหา ไม่ได้เป็นทรงแบบว่าเลิกกันเพราะว่าเขามาเอาตังค์ผม ไม่มี คือผมเข้าใจว่ามันมีเหตุผลอะไรเยอะ เราไม่ได้รู้เยอะพอจะไปตัดสินเขา

ก็เป็นห่วงในฐานะคนที่เราเคยรู้จัก เคยสนิทกัน แต่ว่าต้องยอมรับมันคือผลกรรมที่เขาต้องรับ คือเขาเป็นคนที่ไม่ยอม สมมติผมให้สัมภาษณ์และพูดจาพาดพิงเขา ผมก็ไม่อย ากทำให้เขาโกรธผมอีก หรือรู้สึกแย่ลง คิดว่าเขาจะเข้มแข็งและผ่านเหตุการณ์นี้ไปให้ได้ ด้านพิธีกรดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ก็เผยถึงเรื่องความรักของใบตองว่า เคยมีความรักกับครูรัก ก่อนหน้าครูรักก็เคยคบกับนักร้องชื่อดังคนหนึ่ง และยังมีนักการเมืองบางท่าน ชื่อดังเหมือนกัน ก็เคยคบกับคุณตอง เป็นการคบหากันในช่วงระยะเวลาสั้นๆ โดยตัวใบตองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว

เมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ในไลฟ์ของเพจทีวีพูล อุ๊บ วิริยะ และใบตอง หรือ สีกาตองที่เป็นข่าวโด่งดังหลังมีสัมพันธ์กับอดีตพระกาโตะ พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้ออกมาเปิดใจอีกครั้งกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยในครั้งนี้สาวใบตอง ได้เปิดหน้าชัดเจน ซึ่งก่อนหน้านี้สาวใบตองได้ไปร่วมรายการ และให้สัมภาษณ์สื่อต่างๆ โดยได้ปิดบังใบหน้ามิดชิด สาวตองเปิดใจถึงกระแสดราม่าในโซเชียลที่เกิดขึ้นในตอนนี้ว่า ตนไม่ค่อยได้อ่านข่าวหรือคอมเม้นท์ในโซเชียลเยอะ เพราะเดี๋ยวจะเครียด ตนก็ทราบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งตนต้องขอโทษสังคมอีกครั้ง ที่ทำให้เกิดเรื่องราว และทำให้หลายๆ ฝ่ายมีผลกระทบ พร้อมย้อนถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าขณะนั้น ไม่มีสติ ไม่มีความยับยั้งชั่งใจ ซึ่งรู้ว่าผิดทั้งคู่ ยอมรับผิด และไม่อย ากให้เหตุการณ์เป็นแบบนี้ แต่ในเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็อยู่ที่ว่าจะเข้ามาแก้ไขอะไรได้บ้าง และรู้สึกว่าถ้าตนไม่พูดก็จะยิ่งเป็นตราบาปในใจ แต่ถ้าพูดไปแล้วเจอกระแสดราม่าแบบนี้ก็น้อมรับ พร้อมย้ำว่า ไม่ได้หน้าด้าน แต่ที่ยังกล้าออกมาเปิดหน้า กล้าออกมาพูด เพราะเป็นความตั้งใจ ที่อย ากให้ทุกคนเข้าใจ และอย ากให้ทุกคนเห็นอีกมุมว่า มันเกิดขึ้น มันมีจริงในโลกของเรา ส่วนใครจะมองว่าหน้าไม่อาย ก็ต้องขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำไป

ส่วนที่สังคมตั้งคำถามว่าไม่รู้มาก่อนเหรอว่าพระกับผู้หญิงมันเข้าใกล้กันไม่ได้อยู่แล้ว สาวใบตองยอมรับว่า ตนรู้สึก แต่ถ้าจะให้เก็บเงียบ ตนก็จะยิ่งเป็นทุกข์มากกว่า ก็เลยยังยืนยันว่า หากต้องใช้ชีวิตต่อไป ก็อย่าไปทำผิดอีก อย่าไปทำบาปอีก ถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียน ส่วนพระย้อย สาวตองยืนยันว่า ตนกับพระย้อยนั้นไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว สำหรับครอบครัวหลังเกิดเรื่องราวก็มีการให้กำลังใจกัน ครอบครัวเข้าใจ และตนอย ากให้ทุกอย่างมาลงที่ตน อย่าไปโทษครอบครัวหรืออย่าไปโทษใครที่มีความเกี่ยวข้องกับตน ขอให้มาโทษตน

เพราะเป็นความคิดของตนคนเดียว มันเป็นการตัดสินใจของตนคนเดียว ก่อนหน้านี้ตนได้มีการทำช่องยูทูปในช่วง CV19 ที่ผ่านมา พอเกิดเรื่องราวขึ้นก็ได้รับกระแสค่อนข้างหนักจนต้องหยุดไว้ก่อน ส่วนตอนนี้ยังไม่ได้คิดว่าจะทำไรต่อ แค่น้อมรับทุกๆ ความคิด ทุกๆ การตัดสินใจของสังคม และตอนนี้อย ากพัก เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันทำให้ตนเหนื่อยมาก และอย ากเดินสายทำบุญ

พร้อมบอกว่าการออกมาพูดครั้งนี้ไม่ได้แก้ตัว ต่อให้ถาม 10 ครั้ง ก็พูดได้ 10 ครั้ง เพราะมันเป็นความจริง และที่ออกมาพูดวันนี้ ก็คิดว่ามีทั้งคนเข้าใจ และไม่เข้าใจ ส่วนอาการไบโพลาร์เป็นมาตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 64 แล้ว จึงกลับไปรักษาตัวที่บ้าน กลับไปให้ธรรมชาติบำบัด ซึ่งยอมรับว่าอาการที่เป็นหนักจริงๆ หนักที่สุดในชีวิต ซึ่งตนก็ไม่อย ากเอาอาการมาอ้างกับการกระทำที่เกิดขึ้น แต่ตนก็อย ากทำในสิ่งที่ถูกต้อง แล้วถ้าทุกคนมองว่าความถูกต้องมันคือความหน้าด้าน ตนว่าสังคมควรจะพิจารณา ถ้ามีคนเงียบทั้งประเทศ แล้วสังคมจะอยู่กันยังไง ส่วนความสัมพันธ์ของครูรัก ยอมรับว่าเคยคบกันจริง แต่ที่เลิกกันเพราะมีหลายปัจจัย ด้วยเรื่องช่องว่างระหว่างวัย และความคิดต่างกัน แต่ครูรักยังเป็นกำลังใจที่ดี ถ้ามีปัญหาอะไรสามารถปรึกษาได้ตลอด ตนยังเคารพครูรักอยู่เสมอ ซึ่งครูรักเป็นคนนึงที่เข้าใจสิ่งที่ตอง ยังคงชี้ช่องทางที่ดีให้ตนมาโดยตลอด

ซึ่งตนก็อย ากขอบคุณครูรัก ที่คอยซัพพอร์ต และให้แนวคิด ตักเตือนตนตลอด และตนยังคงให้กำลังใจครูรักเหมือนกัน พร้อมบอกว่าตนยังไหว และยืนยันที่ออกมาพูด เพราะอย ากทำเพื่อความถูกต้องไม่ได้ต้องการเงิน แต่เขาเสนอมาเองหลังจากเกิดเรื่อง สำหรับเรื่องเงิน 3 แสน ตนและอดีตพระเราเคยคุยกันว่าเราป่วย ต้องรักษากับหมอ 3 ที่ ค่าใช้จ่ายอยู่ที่เดือนละ 1 หมื่นบาท และเราไปปรึกษาคนที่มีข้อมูลเกี่ยวในการรักษา และเขาเป็นคนให้ข้อมูลกับทางอดีตพระว่าหากตนต้องรักษาจริงจังเพื่อให้หาย ต้องใช้เงินประมาณ 3-5 แสนบาท ทางอดีตพระจึงรับปากมาว่าจะช่วยค่ารักษา 3 แสนบาท นี่คือบทสนทนาที่คุยกัน ตนไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขา ส่วนเงินก่อนหน้านั้นที่ได้ก็เป็นเงินที่เราตกลงกัน ไม่เคยไปบังคับ

ทุกครั้งที่เขาให้ เป็นการเต็มใจของเขาที่จะให้ สาวตองยังบอกอีกว่า ตอนนี้ได้ฝากให้ทนายของอุ๊บ วิริยะ ช่วยดูสำหรับคนที่เข้ามาต่อว่า ดูถูก ซึ่งตอนนี้ก็มีหลักฐานครบหมดแล้ว ซึ่งก็จะดำเนินการขั้นตอนต่อไป ในส่วนของข้อหา พรบ.คอมฯ ซึ่งก็มีทนายท่านอื่นติดต่อเข้ามาเพื่อจะช่วยดูแลเรื่องเหล่านี้แล้ว 4 ท่าน และได้เตรียมหลักฐานไว้แล้ว ด้านอุ๊บ วิริยะ เผยว่า ตนรู้จักกับทางครอบครัวของสาวใบตองตั้งแต่ปี 2527 ตั้งแต่ใบตองยังไม่เกิด พอโตเป็นสาวก็เดินทางเข้ามาประกวดในกรุงเทพฯ และได้เจอตามงานก็คุยกันตลอด

ส่วนเรื่องส่วนตัวที่เกิดขึ้น ใบตองทำผิด ตนตนไม่สนับสนุนคนชั่ว คนผิด แล้วเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์องค์เจ้ามัน พร้อมระบุอีกว่า พอมีรูปตนออกไปในสื่อว่ารู้จักกับใบตอง ทุกคนก็มารุมว่า ว่าตนเกาะกระแสมาเกี่ยวอะไรด้วย อุ๊บ วิริยะ ย้ำว่า ทุกคำมีค่า ตนไม่รับกระเช้า และคำขอโทษ ทนายตนกำลังเก็บข้อมูลอยู่ เพราะมีข่าวออกมา ว่าตนเป็นผู้จัดการใบตอง ตนเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ตนขอยืนยันว่า ตนรู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร อะไรดี อะไรไม่ดี